Polpage............................................................................

เพจรวมความคิดที่สร้างสรรค์ / about me  /  home

................................................................................................................................................

 

 

การเยี่ยมกลุ่มพระนักศึกษาไทย

 

           วันที่ 29 สค. 50 ผมและคณะเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย คุณจณาและคุณศุภวิทย์ ได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยเดลี เพื่อไปเยี่ยมเยียนกลุ่มพระนักศึกษาไทย ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาไทยที่เข้มแข้งและได้ช่วยงานสถานทูตเ็้ป็นอย่างดี ตลอดเวลาที่ผ่าน  

           ด้วยความอยากรู้ว่านักศึกษาอยู่กันอย่างไร จึงต้องการไปดูด้วยตนเอง

           มหาวิทยาลัยเดลี เ็้ป็นมหาวิทยาลัยทีี่มีชื่อเสียงของอินเดีย บริเวณมหาวิทยาลัยกว้างใหญ่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด ถนนในมหาวิทยาลัยกว้างขวางและสะอาดดี ทำให้นึกถึงมหาวิทยาลับเกษตรของบ้านเรา

           ที่คณะศิลปศาสตร์ ผมและคณะได้รับการต้อนรับจากพระมหาสายรุ้งประธานกลุ่มนักศึกษาไทย และนักศึกษาไทย จำนวน 19 คน จากนั้นท่านได้พาไปเยี่ยมคารวะศาสตราจารย์ ดร.พระ Satayapala ซึ่งเป็นอาจารย์หัวหน้าภาควิชาพุทธศาสตร์ศึกษา ท่านเป็นพระที่มีคุณวุฒิสูง จบปริญญาเอกทางบาลีและไตรปิฎก ท่านแสดงความชื่นชมกับพระนักศึกษาไทยเป็นอย่างมากทั้งในอดีตและในปัจจุบัน

         จากนั้นผมได้ไปพบศาสตราจารย์ R.C. Sharma ซึ่งเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาศาสตร์ และได้เดินไปดูสถานที่ต่างๆ ในมหาวิทยาลัย รวมทั้งสวนพุทธซึ่งมีพระพุทธรูปยืน(คล้ายที่พุทธมณฑล) ประดิษฐานด้วย รวมทั้งได้ไปดูหอพักที่เก่าแก่ที่สุดของมหาวิทยาลัยด้วย

         ผมได้รับทราบจากพระมหาสายรุ้งฯ ว่าความเ็้ป็นอยู่ของพระและนักศึกษานั้นถือว่าสบายดีพอสมควร มีหอพัก โรงอาหาร ร้านค้าห้องสมุดและสวนให้เดินพักผ่อน

         การเรียนที่มหาวิทยาลัยเดลีทราบว่าค่อนข้างหนัก เรียนวันจันทร์ถึงเสาร์ หยุดเพียงวันอาทิตย์ วันเดียว ทางด้านวิชาการก็เข้มข้นและทราบว่าการเรียนที่ี่อินเดียนี้ นักศึกษาต้องพูดมากๆ เขียนมากๆ โดยเฉพาะในการทำข้อสอบต้องเขียนมากๆ ถ้าเขียนน้อยอาจารย์จะไม่ตรวจและให้ตกทันที ทั้งนี้เพราะคนอินเดียชอบพูดชอบเขียน นักศึกษาไทยจึงต้องขยันมากขึ้นเ็้ป็นหลายเท่าเพื่อที่ีจะไล่นักศึกษาอินเดียให้ทัน

          ผมคิดว่า การได้ไปเห็นมหาวิทยาลับด้วยตัวเองทำให้คลายกังวลไปเยอะว่าอย่างน้อยก็มีความเ็ป็้นอยู่ที่สุขสบายพอสมควร สามารถทุมเทเวลากับการศึกษาได้เต็มที่ ผมเห็นว่า เราควรสนับสุนนให้คนไทยมาเรียนที่อินเดียให้มากขึ้ันเพราะอินเดียมีความเก่งในหลายเรื่อง ภาษาและวิชาการก็ดี ค่าครองชีพก็ถูก และที่สำคัญได้เรียนรู้วิถีชีวิตของอินเดียซึ่งมีคุณค่ามากทีเดียว

        ผมกราบนมัสการลากลุ่มพระนักศึกษามาด้วยความขอบคุณและตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมในโอกาสต่อไป เช่นวันอาทิตย์ที่ไม่มีเรียน เพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อไป โดยอาจจะจัดให้มีการบิณฑบาตรหรือสนทนาธรรมเป็นบางครั้ง ซึ่งก็ต้องดูช่วงเวลาที่สะดวกด้วยกันทั้งสองฝ่ายด้วย

      คนไทยในต่างแดน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เป็นกลุ่มคนที่ต้องให้กำลังใจและการสนับสนุน เพราะคนเหล่านี้ในอนาคตจะป็นกำลังของประเทศชาติต่อไป

      ในส่วนของสถานทูตนั้น เป็นนโยบายหลักที่จะสนับสนุนการทูตเพื่อประชาชน ซึ่งก็คือให้การดูแลคนไทยในต่างประเทศ ให้เขาเหล่านั้นสามารถทำสิ่งที่เขาใฝ่ฝันให้สำเร็จและกลับไปพัฒนาประเทศชาติได้

       "ถ้าไทยไม่ช่วยไทย แล้วใครจะช่วยเรา"

                              4 กันยายน 2550