|
อยากเป็นนัการทูต
จากการที่ผมได้เปิดบันทึก "เรียน ดู รู้เล่น ผจญภัยในโลกกว้่างกับนักการทูต" ในเว็บบล๊อค www.gotoknow.org/blog/poldejw นั้น คำถามหนึ่งที่ได้รับการสอบถามมากจากผู้อ่าน ทั้งในบล๊อดและผ่านทางอีเมล์ส่วนตัวมาถึงผมจำนวนมากมายก็คือ อยากเป็นทูต จะต้องทำอย่างไร
ผู้ถามส่วนใหญ่เป็นเยาวชน กำลังเรียนในระดับต่างๆ กัน ตั้งแต่มัธยมต้นก็มี กำลังจะจบมัธยมปลายก็มี กำลังเรียนปริญญาตรีก็มี บางรายกำลังจะจบปริญญาตรี ก็ถามมาว่าจะเป็นนักการทูต ควรจบปริญญาตรีหรือปริญญาโทดี
บางรายก็บอกว่าอยากเป็นทูตแต่ทราบข่าวมาว่าการเป็นทูููตต้องมีเส้นสายและต้องมาจากตระกูลสูงๆ ดังๆ ถ้าตัวเองเป็นลูกชาวบ้านธรรรมดา จะเป็นทูตได้ไหม.....ฯลฯ
บางรายก็ถามว่า การเป็นทูตนี่ วันหนึ่งต้องทำอะไรบ้าง อยากรู้ชีวิตทูตว่าเป็นอย่างไร บ้างก็ถามลึกขนาดว่า เป็นทูตได้เงินเดือนเท่าไหร่
คำถามที่หลากหลายเหล่านี้ ผมได้รับด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเช่นกัน
ความรู้สึกแรกก็คือดีใจ ดีใจที่อาชีพนักการทูตได้รับความสนใจจากเยาวชนของชาติและคนทั่วไปอย่างมากมายเช่นนี้ คนที่ถามทุกคนมองอาชีพทูตเป็นอาชีพที่ดี มีเกียรติและเป็นสิ่งที่ตนใฝ่ฝันอยากจะเป็น
ความรู้สึกต่อมาก็คือ ผมพบว่าคนทั่วไปไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับนักการทูตเลย รู้แต่เพียงภาพที่ว่าทูตคือบุคคลที่มีเกียรติอยููุ่่่ในสังคมระดับสูง ทำงานที่มีความสำคัญระดับประเทศและต้องมาจากตระกูลดังๆ หน้าตาหล่อๆ สวยๆ
ความรู้สึกที่ตามมาติดๆ ก็คือนี่แสดงว่ากระทรวงการต่างประเทศเองไม่ได้ประชาสัมพันธ์อาชีพนักการทูตต่อสาธารณชนเท่าใดนัก เหมือนคำที่ว่า "อยู่ในแดนสนธยา" น่าจะมีส่วนจริง
(โปรดติดตามอ่านต่อ)
ปล. ผมคงเป็นนักการทูตคนแรกที่นำเรื่องเหล่านี้มาเผยแพร่ ....จะเขียนได้จบไหมนี่
20 สค.2551
........................................
ได้เวลาเขียนต่อซะที ช่วงหลังติดงานเลี้ยงเยอะและสถานการณ์บ้านเมืองที่เดลี
คำถามแรกที่มักจะได้รับคือ ต้องเรียนอะไรจึงจะเ็้ป็นนัการทูตได้
ผมก็มักจะตอบว่า การจะเป็นนักการทูตคือการต้องสอบเข้ากระทรวงการต่างประเทศให้ได้ ซึ่งกระทรวงจะเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาที่จบนั้นก็ตั้งแต่รัฐศาสตร์ (การทูต) (ปกครอง) นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ อักษรศาสตร์ นั่นก็คือทางด้านสังคมศาสตร์ได้ทั้งนั้น หรือเทียบเท่าปริญญาตรีทั้งในและนอกประเทศ
ถ้าจะถามว่าตรงที่สุดคือคณะอะไร ก็ต้องบอกว่ารัฐศาสตร์การทูต แต่ก็มิใช่ว่าจบรัฐศาสตร์การทูตแล้วจะัสอบได้เสมอไป คนที่จบนิติศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์หรือแม้แต่บัญชีก็อาจสอบได้ดีกว่าคนจบมาโดยตรง
การสอบก็จะสอบวิชาทั่วไปของ กพ.และวิชาบังคับในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ กฏหมายระหว่างประเทศ เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ซึ่งก็แน่นอนคนที่เรียนรัฐศาสตร์การทูตก็น่าจะได้เปรียบและที่สำคัญภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ
การสอบมีทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ คนที่สอบผ่านข้อเขียนแล้วจึงจะมีสิทธิ์ที่จะสอบสัมภาษณ์ต่อไป
คำถามที่มักได้รับต่อมา็ก็คือต้องเตรียมตัวอย่างไร.....................เอาไว้ตอนหน้าครับ
15 กย.2551
back
|