Polpage............................................................................

เพจรวมความคิดที่สร้างสรรค์ / about me  /  home

................................................................................................................................................

 

รู้เพื่อคิด

วันที่ 25 พฤศจิกายน.2006 นับเป็นเสาร์ครั้งที่สองของหลักสูตร  มีการบรรยายในเรื่องต่างๆ ดังนี้

1.แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 และการอัญเชิญปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดำเนินการ โดยคุณจุฑามาศ บารมีชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

2.การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนโดย คุณจิริกา นุตาลัยและ

3.การดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดย ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร

การเรียนรู้ยังคงผ่านการบรรยายในห้องเรียนซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกับผู้เข้าอบรมหลายท่านในช่วงเบรคและอหารกลางวันก็มีความเห็นที่หลากหลาย บ้างเห็นด้วยว่าเป็นการปูพื้นฐานที่ดี บางคนก็บอกว่าส่วนใหญ่รู้เรื่องพื้นฐานนี้แล้วจึงอยากจะไปดูงานจากของจริงมากกว่า หลายท่านอยากจะให้มีเวลาที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันให้มากกว่านี้.......จะอย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าเนื่องจากเป็นหลักสูตรแรกจึงอาจจะค้นหาว่าจะจัดการอบรมแบบใดจึงจะได้ผลมากที่สุด ซึ่งการจะทำให้การเรียนรู้นี้มีประสิทธิภาพได้ก็อยู่ที่การสื่อสารระหว่างผู้จัดกับผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ผมสรุปการเรียนรู้ในวันนี้ ดังนี้

ในฐานะประเทศกำลังพัฒนา เราจำเป็นต้องมีสภาพัฒนฯ เพื่อวางกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

การเขียนแผนพัฒนาฯตั้งแต่แผนหนึ่งจนถึงแผนสิบ กว่าจะจับเส้นทางทีูู่ถูกต้องและเหมาะสมกับประเทศไทยก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด มีทั้งหลงตัวเอง หลงทาง หลงกระแสโลก และก็เป็นบุญของคนไทยอีกเรื่องหนึ่ง ที่สภาพัฒน์ฯได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นหลักนำทางการเขียนแผนตั้งแต่แผน 8 แผน9 และแผน 10

แม้จะบอกว่าหลงทางไปบ้างแต่ก็มีสิ่งที่ดีเกิดขึ้น นั่นคือพัฒนาการรูปแบบประชาธิปไตยจากที่มีการเขียนร่างแผนเพียงไม่กี่คนมาเป็นการเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ซึ่งถือว่ามาถูกทางแล้ว

ฟังเรื่องแผน 10 แล้วก็ต้องบอกว่าเป็นแผนพัฒนาที่เขียนได้อย่างชัดเจน ใช้คำได้สวยหรู ลงตัวเห็นภาพรวมแต่ขณะเดียวกันผมรู้สึกว่าข้อมูลหรือข้อความมากเกินไป มากจนไม่แน่ใจว่าประชาชนทั่วไปจะสามารถอ่านเข้าใจหรือว่าอยากจะอ่านหรือไม่ คำถามของผมคือทำอย่างไรให้คนทั่่่ัวไปเข้าถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเท่ากันทุกระดับ ไม่ใช่มีแต่นักวิชาการหรือผู้มีการศึกษาสูงเท่านั้นที่เข้าถึงและเข้าใจแผน คงจะดีไม่น้อยถ้าทุกคนเข้าใจเพราะแผนพัฒนาคือแผนสำหรับชีวิตของทุกคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมได้คิดดังๆ คือเงื่อนไขที่ว่าการจะทำให้สังคมมีความเจริญอย่างพอเพียงนี้คนจะต้องมีคุณธรรม ซึ่งนักวิชาการหลายท่านก็บอกว่าคุณธรรมสำคัญที่สุด แต่คำถามที่อยากจะถามคือแล้วจะทำอย่างไรให้คนมีคุณธรรม คำตอบดูไม่ค่อยชัดเจนและต้องช่วยกันคิดต่อไป

ผมได้เรียนรู้ถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชนและในภาคเอกชน ต้องยอมรับว่าแม้จะมีความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังคงมจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือทั้งหมดและความสำเร็จเหล่านี้ดูเหมือนไม่สามารถเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ทำให้คนทั่วไปเปลี่ยนความคิดจากกระแสนิยมทุนในยุคโลกาภิวัฒน์ได้ หากจะพูดแบบชาวบ้านว่า "ใครจะทำก็ทำไป แต่ฉันยังอยากรวยเป็นเศรษฐีอยู่ี"

วันผมรู้สึกว่าผู้เข้ารับการอบรมมีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นผ่านการถามวิทยากรมากขึ้น ผู้เข้ารับการอบรมหลายท่านมีความรู้ดีรวมทั้งมีประสบการณ์จริงจากการปฏิบัติในจังหวัดของตนเอง สิ่งที่ทุกคนมีีเหมือนกันที่เห็นได้ชัดเจนก็คือทุกคนมาด้วยความตั้งใจที่จะทำสิ่งดีเพื่อในหลวง ซึ่งแม้ในช่วง 2 ครั้งที่อบรมนี้ยังไม่เห็นชัดเจนว่ากลุ่มจะทำอะไร ทำอย่างไร แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ผมยังคงตั้งใจว่าจะมาอบรมให้ครบทุกครั้งเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ให้มากที่สุดและหวังว่าผมจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันและคิดทำสิ่งดีๆ ถวายแด่ในหลวงเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน

................................................

สถิติสนุกๆ....ผู้เข้าอบรม (ชาย) 54 คน (หญิง) 57 คน

                    หน่วยงานภาครัฐ    69     แห่ง              เอกชน 26  แห่ง

                   ผู้เข้าอบรมอายุน้อยที่สุด 25 ปี    อายุมากที่สุด 68 ปี

                                                                           อ่านต่อ 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7 Home