Polpage............................................................

                                                                                                        home      

 

บันทึกการอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

16 พฤศจิกายน 2549

กระแสกำลังแรง

ในช่วงนี้ ไปไหนก็จะได้ยินคนพูดกันถึงแต่เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงทั่วเมือง ใช่แล้ว กระแสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกำลังแรง ผมถามตัวเองว่ารู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแค่ไหน ตอบตามตรงและด้วยความจริงใจว่า ก็พอจะรู้ว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นหลักปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงคิดค้นและพระราชทานให้ประชาชนชาวไทยมาหลายสิบปีแล้วและรู้ต่อไปว่าพระองค์ได้ทรงทดลองด้วยพระองค์เองจนประสบผลสำเร็จมาแล้ว โดยเฉพาะการทดลองในพระราชวังสวนจิตรลดาฯ และผ่านโครงการพระราชดำริทั้งหลาย รวมทั้งมีการนำไปใช้กับกลุ่มเกษตรกรเป็นหลัก......ซึ่งก็จำสาระสำคัญได้เพียงแค่นั้นและไม่ได้สนใจที่จะไปดูในรายละเอียด

ดังนั้นเมื่อคลังสมอง วปอ.จัดการอบรมหลักสูตรพัฒนาผู้นำตามแนวพระราชดำริและปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง ผมจึงสนใจและสมัครเองด้วยความเต็มใจ ประเด็นที่ทำให้ผมตัดสินใจเข้ามาเป็นนักเรียนในห้องเรียนอีกครั้งหลังจากจบการศึกษามานานกว่า 20 กว่าปีก็คือ

ความมีคุณค่าและความสำคัญของหลักการเศรษฐกิจพอเพียง

อะไรก็ตามที่มีกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลกพระองค์หนึ่ง ได้ทรงคิดค้น ทดลองปฏิบัติด้วยพระองค์เองและย้ำให้ผู้อื่นได้ตระหนักและทำตามเป็นเวลายาวนานนับสิบกว่าปีเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่ต้องเป็นเรื่องที่มีคุณค่าและความสำคัญมาก

พระปรีชาญานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในเรื่องและด้านต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ครองราชย์และปกครองแผ่นดินสยามมานั้นเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยและชาวโลกอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้น การที่พระองค์ทรงย้ำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจึงต้องเป็นเรื่องที่ถูกต้องแน่นอน

การที่องค์การสหประชาชาติโดยเลขาธิการสหประชาชาติได้สดุดีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยการทูลเกล้าถวายรางวัลสูงสุดในด้านการพัฒนามนุษย์ต้องเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

ความพิศวงกับความท้าทาย

แม้จะเห็นความสำคัญของปรัชญาดังกล่าว แต่ผมก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าแล้วทำไมคนทั่วไปโดยเฉพาะคนในเมืองหลวงไม่มีใครนำไปปฏิบัติเลย(หรือน้อยมาก) น่าแปลกใจมากจนอดพิศวงไม่ได้ และดูเหมือนว่านอกจากวิถีชีวิตและค่านิยมของคนในสังคมเมืองที่ไม่ใกล้เคียงกับเศรษฐกิจพอเพียงแล้วเรายังเห็นกระแสสังคมที่มุ่งแสวงหาความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจกันอย่างสุดขีด ความร่ำรวยด้วยเงินตราและอำนาจกลายเป็นตัววัดความเป็นคน เป็นค่านิยมที่คนทั่วไปรารถนา ยิ่งรวยมากเท่าใดยิ่งถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิต รวมทั้งคนที่ประสบความสำเร็จในสังคมที่แต่เดิมร่ำรวยกันในระดับสิบล้านร้อยล้านแต่สมัยนี้รวยเป็นระดับพันล้านหมื่นล้าน ก็มีให้เห็นถมไป

สิ่งเหล่านี้มิได้สวนทางกับเศรษฐกิจพอเพียงหรือ ผมถามตัวเองและที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดในเดือนกันยายนที่ผ่านมาทำให้ตระหนักว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน คือการเปลี่ยนแปลงตามแต่เหตุและปัจจัยและย้ำชัดว่ากรรมนั้นมีจริง สิ่งที่ไม่ดีไม่เหมาะสมไม่สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน......แล้วอะไรล่ะที่ดี เหมาะสมและยั่งยืน ?

ความพิศวงนี้กลายเป็นความท้าทายที่ต้องถามกับตัวเองว่าขนาดตัวเราเองที่ว่าพอจะรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในระดับเบื้องต้นก็ไม่ได้คิดที่จะปฏิบัติอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทั้งที่รู้ว่าของดีที่อยู่ใกล้ตัวทำไมไม่แสวงหาเอามาใช้ประโยชน์ นับเป็นความท้าทายที่ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะต้องเข้ามาอบรมอย่างจริงจังเพื่อจะทดสอบตัวเองว่าที่คิดว่ารู้เรื่องนั้นรู้เรื่องจริงหรือไม่และยิ่งท้าทายขึ้นไปอีกเมื่อคิดถามตัวเองว่าจะมีวิธีการใดที่จะทำให้คนคนหนึ่งตัดสินใจนำหลักการนี้ไปใช้ในชีวิต..........................

ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวในเรื่องการปฏิบัติธรรมตามแนวทางวิปัสสนา(ลูกศิษย์คุณแม่สิิริ กรินชัย) ทำให้มองเห็นว่าพฤติกรรมของมนุษย์นั้นเป็นผลมาจากการเกิดของจิตซึ่งมีกระบวนการหรือมีกลไกอยู่ ความรู้ในเรื่องการปฏิบัติธรรมนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการคิดหาวิธีการที่จะช่วยส่งเสริมให้คนสนใจและนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ได้หรือไม่เพียงใด

จากประสบการณ์ที่ได้เคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ 3 ปี พบว่าคนสวิสนั้นเป็นคนที่สมถะมากและมีลักษณะของวิถีชีวิตที่พอเพียงเหมือนกัน รวมทั้งวิธีการจัดการเรื่องความรู้ของสังคมสวิสโดยใช้การเรียนตามธรรมชาติและเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านพิพิธภัณฑ์นั้นอาจจะเป็นประโยชน์ในการคิด

สรุปว่า............ความมหัศจรรย์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ผมสนใจเข้าไปสัมผัสอย่างเป็นทางการ

พิธีเปิดการอบรม

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 มีพิธีเปิดหลักสูตรพัฒนาผู้นำตามแนวพระราชดำริและปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีประธานคลังสมองพลเอกจรัล กุลละวณิชย์กล่าวรายงานและฯพณฯ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรีเปิดการศึกษาและแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การบรรยายนี้มีความชัดเจนและให้ความรู้เป็นอย่างมาก ผมสรุปได้ดังนี้ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือทางสายกลางของชุมชนและสังคมทุกระดับและที่มีความสมดุลและพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์"

ผมเริ่มจะเข้าใจและเห็นความสำคัญและคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ของปรัชญานี้ และพูดกับตัวเองว่าตัดสินใจไม่ผิดที่มาอบรมในครั้งนี้ ไฟในจิตใจลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่มันหรี่ลงทุกวัน ผมตั้งใจว่าจะต้องนำปรัชญานี้ไปใช้ประโยชน์ให้เกิดกับตัวเองและคนรอบข้างอย่างแน่นอนรวมทั้งจะขอร่วมสร้างความดีถวายแด่ในหลวงในโอกาสทรงมีพระชนมมายุครบ 80 พรรษาในปี 2550

                                                                                                            16 พฤศจิกายน 2549

........................................................

(ตอนต่อไป- เรียนเพื่อรู้)                                                                      

                                                             อ่านต่อ1 / 2 / 3 / 4  / 5 / 6 / 7   home