|
โลกสว่าง
เพื่อเป็นกำลังใจแก่ทุกท่านในการต่อสู้กับปัญหาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น และคนทั่วไป โดยได้นำข้อคิดและหลักธรรมเบื้องต้นมาแต่งร้อยเป็นกลอน ซึ่งได้แต่งขึ้นในโอกาสต่างๆ ของช่วงชีวิต ทั้งจากประสบการณ์ชีวิตโดยตรง จากคำแนะนำสั่งสอนทางธรรมจากบรรดาคูรบาอาจารย์ของผู้เขียนและจากประสบการณ์ของผู้คนรอบข้างที่ได้พบประสบเห็นมา จึงได้รวบรวมกลอนที่แต่งไว้ทั้งหมดมาไว้ ณ ที่นี้โดยใช้ชื่อว่าโลกสว่าง
คำว่าโลกสว่าง เป็นคำที่มีความหมายดีและถูกใจมาก ผู้มอบคำนี้ให้คือหลวงปู่พระบุญญฤทธิ์ จันทรสมบูรณ์ ซึ่งผู้เขียนเคารพและศรัทธา อีกทั้งเวลาแต่งกลอนดังกล่าว ก็ด้วยจิตใจที่อยากจะให้ความสว่างในทางธรรมปรากฎแก่ผู้อ่านทุกท่าน จึงหวังว่ากลอนธรรมะ โลกสว่าง นี้จะมีประโยชน์แก่ท่านตามสมควร
ผลบุญ
(ตค.2540)
...............................................................
สู้เถิดคนดี
มีปัญหา คาหัวใจ อย่าไปพรั่น
เก็บกดดัน บั่นชีวิต คิดหลบหนี
ทางแก้ทุกข์ ยังเปิดอยู่ ดูให้ดี
ขอเพียงมี กำลังใจ ให้จิตตน
ทุกข์แค่ไหน ก็แก้ได้ ด้วยจิตว่าง
เพราะเป็นทาง เกิดปัญญา ไม่สับสน
ไม่ยึดทุกข์ ทุกข์ก็หาย จากกมล
อยู่ที่คน จะไฝ่สู้ กู้ชะตา
สู้ไปเถิด คนดี ผีคุ้มแน่
ชัยอยู่แค่ เอื้อมมือถึง พึงรักษา
อดทนสู้ รู้เข้มแข็ง ดุจศิลา
เมื่อถึงครา สุขจะมา อย่างแน่นอน
ผลบุญ มิย.2540
........................................
อย่าประมาท
อันความตาย หมายไม่ได้ ว่าเมื่อไหร่
เกิดกับใคร ได้ทั้งนั้น หมั่นท่องหนา
ทารกเด็ก เล็กผู้ใหญ่ วัยชรา
มรณา มาเยือนได้ ทุกวัยวัน
เมื่อไม่รู้ ก็จงอยู่ อย่าประมาท
คนฉลาด สร้างบุญ ไว้ไม่โศกศัลย์
ยิ่งบุญมาก ก็สุขมาก รับประกัน
ตายไม่พรั่น มั่นในสุข ตลอดไป
ผลบุญ
( 16 มิย.2540)
................................................
กรรมมีจริง
ทำทำไม ความชั่ว ไม่กลัวหรือ
สุดทางคือ ทุกข์ระทม ขมขื่นขวัญ
ทำคนอื่น(แล้ว) รื่นหัวเราะ เพาะบาปกัน
ผลคือ ฉัน นั่นรับรอง ต้องผลกรรม
ฆ่าคนอื่น คือฆ่าตน คนเขลาไหม
ผิดศีลใด ได้คืนตน ไม่พ้นหนาม
ทำอย่างไร ได้อย่างนั้น คือนิยาม
ไม่อยากทราม ก็ห้ามทำ ความชั่วเอย (13 มิย.40)
ผลบุญ
อักษรใจ
........................................
หากทุกข์ใจ ใช้อักษร กัลยาณมิตร
เป็นเพื่อนคิด เตือนจิตใจ ไม่ไหลหลง
จิตเตือนจิต สติมา พิจารณาปลง
ทุกข์ก็คง ลดลงได้ สุขกายใจ
อยากมีสุข ก็เขียนสุข ตัวหนาหนา
ติดข้างฝา ดูจดจำ ห้ามสงสัย
อยากเข้มแข็ง หรืออดทน ก็เขียนไว้
อยู่ที่ใจ ของเรา จะเฝ้าปลง
มองทุกวัน หมั่นทำใจ ให้ใสผ่อง
แล้วสิ่งนั้น จะสนอง ต้องประสงค์
กฏธรรมชาติ เป็นเช่นนี้ แสนเที่ยงตรง
จิตมั่นคง ปลงทุกข์ได้ สบายชีวา (มิย.2540)
ผลบุญ
...........................................................
พลาดไปแล้ว อย่าเสียใจ ในอดีต
เพราะชีวิต มิได้แหลก แตกแค่นั้น
ใจยังอยู่ กายยังอยู่ สู้ฝ่าฟัน
ต้องถึงวัน เราชนะ อย่างแน่นอน (28 พ.ค.40)
ผลบุญ
.........................................
หากคิดดี ดีไปแล้ว กว่าครึ่งหนึ่ง
หากพูดดี ยิ่งดีกว่า เป็นไหนไหน
หากทำดี เยี่ยมที่สุด เหนือสิ่งใด
ขอเด็กไทย คิดพูด ทำ แต่สิ่งดี
ผลบุญ
....................................
เกิดเป็นมนุษย์ นั้นสุดยอด สุดประเสริฐ
เพราะมีใจ แสนเลิศ กว่าสัตว์ไหน
ยิ่งสร้างบุญ สร้างความดี ยิ่ง(ได้)กำไร
เพราะอาจไป (ถึงนิพพาน)พ้นทุกข์ สุขนิรันดร์
ผลบุญ
........................................................
ทุกข์ทำไม อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เศร้าทำไม ใจไปถือ ยิ่งเศร้าไฉน
กลไกจิต คือปัจจุบัน ว่างอยู่ไง
แก้ทุกข์ได้ คือปัจจุบัน หมั่นทำเอย
ผลบุญ (15 เม.ย.2540)
.....................................
เมื่อความทุกข์ รุกเข้ามา อย่ารังเกียจ
ให้สำเนียก ว่าสักแต่ อย่าสงสัย
แม้ทุกข์หนัก ทุกข์ยาก มากเพียงใด
ละวางได้ ใจไม่ทุกข์ สุขครอบครอง
ผลบุญ (21 พ.ค.2540)
.................................
อันบุญกรรม ล้ำลึก ยากนึกถึง
ต่างคำนึง เมื่อรับผล จนเกือบสาย
ถ้ากรรมดี หัวใจพอง ไม่อยากตาย
ถ้ากรรมร้าย ร้องไห้ครวญ ป่วนระกำ
ก่อนทำไป ใยไม่คิด เรื่องผิดถูก
ปล่อยพันผูก ตัณหาชั่ว พาตัวถลำ
หลงทะนง ว่ายิ่งใหญ่ เหนือกว่ากรรม
จึงต้องช้ำ รับกรรมเก่า เศร้าทุกคน
หากคิดได้ ยังไม่สาย คลายหมองไห้ม
รีบเปลี่ยนใจ ใฝ่ทำบุญ สร้างกุศล
ทานมากน้อย พลอยยินดี ยิ่งมงคล
มหากุศล รอข้างหน้า ช้าอยู่ใย
ผลบุญ (27 มิย.2540)
.......................................................
ทุกชีวิต คิดอยากดี มีศรีสุข
ห่างความทุกข์ สนุกสนาน ดวงมาลย์ใส
ทั้งรวยเงิน รวยทองยศ หมดโรคภัย
แต่ไฉน ไม่เป็นไป เช่นใจปอง
เกิดมาจน ข้นแค้น แสนข้องขัด
อัตคัต ทั้งกายใจ ให้หม่นหมอง
โรคภัยสุม กลุ้มรุมเร้า น้ำตานอง
ลิขิตของ ใครไหนกัน ฉัน เคลือบแคลง
ขอจงฟัง ดังจะแจ้ง ณ ที่นี้
เกิดมาแล้ว ทุกข์มากมี อย่าหน่ายแหนง
ล้วนกรรมเก่า กรรมที่เรา เคยแสดง
ถึงคราวแผลง สำแดงผล กลไกธรรม
ทุกข์มากแล้ว ก็แล้วไป ไม่ชั่วเพิ่ม
เพียรหมั่นเติม เสริมความดี หนีโศกศัลย์
ยิ่งทำมาก ยิ่งได้มาก บุญอนันต์
กุศลพลัน ช่วยสุขธรรม ล้ำเรืองรอง
อันความดี ที่ทำมา หาสูญไม่
จะต้องได้ ความดีชอบ ตอบสนอง
อยากได้ดี ต้องทำดี วลีทอง
โปรดทดลอง ของดีดี นี้ให้คุณ (19 มิย.40)
ผลบุญ
............................................................
ยามทุกข์ใจ มองหาใคร ก็ไม่เห็น
ความมืดเป็น ม่านบังตา พาโศกศัลย์
อ่อนแรงกาย อ่อนแรงใจ ก่ายหน้ากัน
ดุจนรก ผุดขึ้นพลัน มาทิ่มแทง
คงเป็นกรรม ที่เคยทำ แต่ปางก่อน
มายอกย้อน ย่ำยี ชีวีแหนง
รับไปเถอะ จะได้หมด โจกย์แสดง
กรรมจะแรง หรือไม่แรง ก็ช่างมัน
รับกรรมแล้ว คงไม่แคล้ว สร้างกรรมใหม่
ถ้าอยากได้ อนาคตดี ที่ใฝ่ ฝัน
ก็ต้องสร้าง ทานศีลบุญ ให้ผูกพัน
ชาติหน้าพลัน จะต้องดี กว่านี้เอย ผลบุญ (24 มิย.2540)
.......................................
ใครเขามี ดีที่รวย สวยน่าใคร่
เสื้อผ้าใช้ ชุดละแสน แฟนเป็นโหล
ถือวิตตอง รองเท้า(บัล)ลี่ มีมากโชว์
จึงยะโส ว่าตนงาม ล้ำลาวัลย์
งามแต่กาย ไม่ประเสริฐ เลิศเพียงหงส์
อย่าทะนง จนหลงผิด คิดใฝ่ฝัน
งามปัญญาสิ สูงค่า ดังตะวัน
ทุกข์มืดพลัน มะลายไป ในพริบตา
ถ้าอยากงาม ตามธรรม ล้ำเลอเลิศ
ฝึกปัญญา ให้ประเสริฐ ดีกว่าหนา
งามความรู้ คู่ความดี มีวิชชา
นั่นซิ งาม แสนล้ำค่า กว่าผู้ใด
ผลบุญ (23 มิย. 2540)
............................................................
ความสมดุลย์ ของชีวิต คิดกันบ้าง
อย่าหลงทาง สร้างชีวิต ยึดติดฝัน
ว่าจะต้อง ดีสูงสุด ดุจตะวัน
ดาวเมฆนั้น แสนต่ำต้อย หิ่งห้อยไพร
ดีที่สุด ที่พึงมี นั้นดีแน่
ขอเพียงแต่ เหมาะกับตน สมสมัย
สุขพอดี ทุกข์พอดี อยู่ที่ใจ
ชีวิตไม่ สมดุลย์ เพราะโลภเกิน
หากมองสูง เกินไป ใจจะพล่าน
หากคิดการ เกินปัญญา จะตื้นเขิน
หากมองต่ำ มีสติ จิตเพลิดเพลิน
จะเจริญ หรือไม่ อยู่ที่มอง
ควรมองสูง มองต่ำ ทั้งมองกลาง
จะเห็นทาง สมดุลย์ ไม่วุ่นสมอง
สุขพอดี ทุกข์พอดี ตามครรลอง
ขอให้ลอง แล้วจะรู้ อยู่สมดุลย์
ผลบุญ ( กค.2540 )
..
ธรรมชาตินั้น เที่ยงตรง คงที่ยิ่ง
ทุกสรรพสิ่ง มีกฎเกณท์ เป็นเหตุผล
ดีได้ดี ชั่วได้ชั่ว หลักตรงตรง
คิดได้จง ทำดีเพิ่ม เสริมปัญญา
อยากได้ของสิ่งใด ต้องให้ก่อน
อยากได้ทอง ต้องให้ทาน อย่างกังขา
อยากได้รัก ต้องให้รัก และเมตตา
อยากได้ยิ้ม โปรยมา ต้องยิ้มไป (29 กค.40)
หากทำดี ต้องได้ดี กว่านี้แน่
อย่ามัวแต่ คิดผลัดผ่อน เถลไถล
เพราะเวลา ไม่เคยหยุด รอผู้ใด
จะเสียใจ ผ่านไปแล้ว มิได้ดี
ผลบุญ (19 กย.40)
ปล่อยเวลา ไปทำไม ให้สูญเปล่า
ทุกค่ำเช้า หมั่นเล่าเรียน เพียรซักถาม
คืออะไร ทำทำไม อย่างไรตาม
คนจะงาม ก็เพราะความ รอบรู้ไกล (1 สค.40)
คนที่เก่ง เมื่อแรกเริ่ม ก็ไม่รู้
แต่หมั่นดู หมั่นซักถาม หมดสงสัย
ยิ่งถามมาก ยิ่งรู้มาก เป็นกลไก
เรานั้นไซร้ ก็เก่งได้ ไม่ยากเกิน (2 สค.40)
ถ้าอยากเก่ง ก็จงเร่ง ฝึกสติ
เป็นดำริห์ คนฉลาด ปราชญ์สรรเสริญ
ใฝ่ความรู้ คู่ศิลห้า ยิ่งเจริญ
จะสุขเพลิน ปัญญาดี อย่ารีรอ (23ธ.ค.)
ผลบุญ
.
ตะเกียกตะกาย ว่ายดำผุด สุดแสนเศร้า
ทุกค่ำเช้า แสวงหา อารมณ์ฝัน
อยากได้ลาภ มียศสุข สรรเสริญกัน
ยอมฝ่าฟัน ภยันตราย กลางนที
แม่น้ำนี้ ช่างกว้างใหญ่ แลไพศาล
เป็นสุสาน มวลสัตว์โลก หลงแสงสี
หาความสุข หาเพียงใด ก็ไม่มี
ทุกข์ทุกที แต่ไม่วาย วิ่งหากัน (19. สค.40)
จึงตะกาย ว่ายดำผุด ฉุด กันล่ม
ดิ่งด่ำจม ท้องนที ที่ชวนฝัน
เหมือนตาบอด ตกหลุมพราง กลางไพรวัลย์
ไม่มีวัน จะรอดพ้น ซึ่งบ่วงกรรม (21 สค.40)
หากกลับใจ ยังไม่สาย ตะกายแก้
ขอเพียงแต่ มีสติ หยุดถลำ
ถอนตัวจาก วังน้ำวน คือบ่วงกรรม
ยึดแต่ธรรม เหมือนเชือกดึง ถึงฝั่งชล
สิ่งไม่ดี ที่ผ่านไป ให้แล้วเถิด
เพราะเหตุเกิด อดีตกาล นานฉงน
เมื่อผลตอบ สนองพลัน จึงมืดมน
ไม่รู้ต้น รู้ปลาย งมงายใจ (2 ตค.40)
&nb |