About Media_red.gif NBS 53 dia_red.gif Webboard  dia_red.gif My India dia_red.gif ตระกูลโพธิ์980 dia_red.gif  ประสบการณ์นักการทูต

Pol 's Articles dia_red.gif Positive Thinking dia_red.gif All is One dia_red.gif For a Better World

 

 

 

 

 

บันทึกจากอินเดีย

 

การไปประจำการในต่างประเทศถือเป็นหน้าที่สำคัญหนึ่งของนักการทูตหรือข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อรู้ตัวว่าจะต้องไปประจำการที่อินเดีย ดินแดนที่แสนจะมหัศจรรย์ จึงต้องคิดอินเดีย บันทึกอินเดียและอีกหลายๆ อย่าง เชิญพบกับ บันทึกอินเดีย และเรื่องเล่าอื่นๆ เพื่อความคิดที่สร้างสรรค์

             การไปประจำการในต่างประเทศในแต่ละครั้ง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องมีการเตรียมตัวพอสมควร จึงขอนำเรื่องการเตรียมตัวไปต่างประเทศมาเล่าสู่กันฟัง

 

             อินเดียเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ จึงมีประเด็นที่น่าสนใจ ที่จะจินตนาการได้ดังๆ

 

            ผมรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะต้องไปอยู่อินเดียประมาณสองเดือน  ก่อนที่จะถึงวันเดินทาง ก็ศึกษาหาความรู้เรื่องอินเดียอย่างมาก อย่างไรก็ดี วันแรกที่จะไปพบและเห็นอินเดียจริงๆ จะเป็นวันที่ต้องบันทึกเอาไว้ วันนั้นยังมาไม่ถึง วันนั้นจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปครับ แรกพบ

 

            การหาข้อมูลเกี่ยวกับอินเดียตามประสาชาวบ้านคือเปิด Google พิมพ์คำว่าอินเดียเข้าไป ปรากฏผลดังนี้ ผลการค้นหา 1 - 10 รายการจากประมาณ 2,010,000 สำหรับคำว่า อินเดีย (0.11 วินาที...........เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมมาก และเว็บหนึ่งที่ผมได้เข้าไปติดตามอ่านเรื่องเกี่ยวกับอินเดีย โดยเฉพาะการไปไหว้สังเวชนียสถานได้แก่เว็บบล๊อค บ้านสาระ ของ นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง + โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ทำให้ได้ความรู้มากทีเดียวครับ ขอขอบคุณคุณหมอวัลลภ มา ณ ที่นี้ครับ

การเตรียมตัว

       1.เตรียมใจก่อนไปอินเดีย

       เมื่อครั้งไปประจำการที่ยุโรป เตรียมตัวไปอย่างดี แต่ไม่ได้เตรียมใจมากนัก เพราะความที่เคยใช้ชีวิตอยในยุโรปู่มาก่อน จึงรู้ว่าวิถีชีวิตจะเป็นอย่างไร แต่คราวนี้ ต้องไปในดินแดนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยแม้แต่แวะลงไปเหยียบพื้นดินเลย จึงต้องเตรียมตัวมากหน่อย โดยเฉพาะการเตรียมใจ ของคนในครอบครัวและจากที่อ่านจากหนังสือเกี่ยวกับอินเดีย ได้ข้อมูลมามากพอสมควร ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเตรียมใจและเตรียมตัวไปคราวนี้

     วิถีชีวิตที่อินเดียแย่กว่าประเทศไทย

     ข้อความข้างบนนี้เป็นข้อมูลที่ได้รับบอกเล่าจากคนที่เคยไปอยู่และเคยไปเที่ยวมาแล้ว ชัดเจน แต่สำหรับผมที่ไม่เคยไป ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ แต่ร้อยทั้งร้อย คนที่ผมสอบถามเรื่องอินเดีย จะบอกว่าวิถีชีวิตที่อินเดียแย่กว่าประเทศไทย จนทำให้ผมใจแป้วไปเหมือนกัน เพราะยังไม่รู้ว่าที่แย่กว่านั้น แย่จริงหรือไม่ แย่แบบไหน อย่างไร

      มีน้อยคนมากที่บอกว่าอินเดียเปลี่ยนไปแล้ว สมัยก่อนแย่จริง แต่ปัจจุบันนี้ ดีแล้ว เมื่อถามว่าดีอย่างไร ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้เขามีไฮเวย์แล้ว มีห้างสรรสินค้าดีๆ มีแมคโดนัล......แต่เวลาไปให้เตรียมกระดาษทิชชูไปเยอะๆ ด้วย.............(ฮา)

    ผมได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอินเดียค่อนข้างเยอะ โดยใจผมยังเป็นกลางๆ ไม่มีความเห็นใดๆ เพราะไม่เคยไปสัมผัสมาก่อน จึงวางใจเป็นกลางไว้ก่อน จะดีหรือร้ายอย่างไร เดี๋ยวก็ได้ไปเห็น ไปรู้เอง ยังไงก็วิถีชีวิตของคนเหมือนกัน........(15 มิถุนายน 2550)

     2.ผู้ชาย จะเดินทางไปตั้งหลักที่ไหนก็ไม่ยุ่งยากมากนักเพราะใช้หลักไปหาเอาข้างหน้าก็ได้ แต่คนในครอบครัว ภรรยาและลูกๆ ซึ่งยังเล็กอยู่(หมายถึงลูกนะครับ) การเดินทางแบบอพยพไปแบบนี้ค่อนข้างมีรายละเอียดและมีเรื่องให้คิดมาก เช่นวันก่อน ลูกชายคนโตตื่นมาแล้วร้องไห้ เมื่อถามว่าทำไมถึงร้องไห้ ลูกตอบว่า กลัวว่าจะตื่นมาแล้วจะต้องไปอินเดียอย่างกระทันหันและ ขออีเมล์เพื่อนๆในห้องไม่ทัน.......(ไม่ฮา)

    การอพยพหรือไปประจำการในต่างประเทศซึ่งตามปรกติคือการโยกย้ายไปทำงานในต่างประเทศประมาณทุกรอบ 4 ปี จึงไม่ใช่เรื่องสนุกทั้งหมด....สำหรับนักการทูต เพราะนักการทุตก็มีครอบครัว ก็ต้องไปกันทั้งครอบครัว นั่นคือการไปผจญภัยในต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งความเป็น ตาย ร้ายและดี อยู่พร้อมหน้ากัน.................................24 มิถุนายน 2550

    3.การเตรียมตัวเกี่ยวกับครอบครัวนั้น เรื่องโรงเรียนลูกๆ ดูจะมีปัญหามากที่สุดเพราะต้องหาโรงเรียนใหม่ให้ ซึ่งไม่ง่ายเลยและที่สำคัญมีผลกระทบต่อลูกๆ โดยตรงทั้งกายและจิตใจ จนบางครั้งนึกสงสารลูกที่ต้องพเนจรไปต่างประเทศบ่อยเช่นนี้...................30 มิถุนายน 2550

ประเด็นที่น่าสนใจของอินเดีย

         มหาอำนาจใหม่

         ตลาดใหญ่

         ไอทีและซอร์ฟแวร์นำหน้า

         มูลค่ามนุษย์สูงด้วยภาษาและความรู้

         ทำไมคนไทยจึงไม่สนใจอินเดีย

         ทำไมนักธุรกิจไทยไม่สนใจไปลุงทุนในอินเดีย

         ทำไมอินเดียจึงมีความสำคัญ

          ทำไมโลกาภิวัฒนถึงไม่สามารถเจาะเข้าไปในสังคมแขกได้

          ทำไมแขกถึงได้เป็นแบบแขก

          ทำไมคนอินเดียจึงชอบมาเที่ยวเมืองไทย(พัทยา)

          ทำไมการเจรจากับแขกจึงได้ยากกว่าคนชาติอื่น

          ทำไมชาวพุทธถึงได้นับถือเทพเจ้าของฮินดู

อินเดียแรกพบ

       บันทึกนี้ มีไว้สำหรับวันแรกที่ผมและครอบครัวจะเดินทางไปถึงสนามบินอินทิรา คานทีซึ่งถือเป็นแรกพบของผม ซึ่งก็จะเป็นวันที่ 12 กค. 2550 ที่จะถึงนี้

      แรกพบมีความสำคัญเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จะเป็นอย่างไร คงต้องรอให้ถึงวันนั้น

      อย่างไรก็ดี จากที่อ่านพบในหลายข้อเขียนเรื่องเล่า พบว่าอย่าได้หวังว่าสนามบินระดับนานาชาติหรือระหว่างประเทศจะเป็นเช่นที่คิดว่าจะเป็นทุกแห่งไป ถ้าหวังว่าจะได้ไปเห็นสนามบินที่ใหญ่โต สะอาดสะอ้าน เจริญตาเช่นบ้านเราละก้อ คิดใหม่ ..............ก็คงจะได้รู้ในไม่ช้านี้

              ผมเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 18.05 ด้วยความเรียบร้อย จากการที่ไปใช้บริการหลายครั้ง รู้สึกว่าสนามบินสุวรรณภูมิก็ใช้ได้ดีพอสมควร จะมีข้อเสียก็ตรงที่ต้องเดินเป็นระยะทางยาวมาก มากเกินไปสำหรับกลุ่มของเราที่มีทั้งคนท้องและเด็กเล็ก

             การบริการในเครื่องบินการบินไทยมีมาตรฐาน คุ้นเคยกันอยู่แล้ว เครื่องลงจอดนิ่มนวลเช่นเดิม เครื่องลงจอดที่สนามบินอินทิรา คานทีประมาณ 3 ทุ่ม ดูจากเครื่องบินก่อนร่อนลง เดลีเป็นเมืองที่ใหญ่ มีแสงไฟฟ้าเต็มไปหมดไม่แพ้เมืองใหญ่ๆ ในโลก

           วินาทีแรกที่ออกจากเครื่อง เดินไปตามทางเดินไปยังภายในอาคาร บรรยาการศของเมืองโรตีมิได้ผิดแผกไปจากท่าอากาศยานทั่วไป ทางเดินปูด้วยหินอ่อนแผ่นใหญ่ สีขาวนวลตา ความสกปรกที่หลายคนบอกยังไม่ปรากฏให้เห็น แต่สิ่งที่เห็นคือเจ้าหน้าที่ในชุดเหมือนทหารยืนตั้งแถวเรียงราย เหมือนกับต้อนรับผู้มาเยือน โดยแบ่งผู้มาเยือนเป็นประเภทที่เข้าเมืองเดลีกับพวกที่ไปต่อ ผมและครอบครัวเดินแยกไปทางซ้ายลงปันใดเลื่อนก็เห็นห้องโถงใหญ่ชั้นล่างเป็นด่านตรวจคนเข้าเมือง มีช่องตรวจมากมาย ผู้คนเต็มไปหมด โชคดีที่เราเดินมาเร็วและได้ผ่านช่องราชการหรือนักการทูต จึงผ่านการตรวจด้วยความรวดเร็วและไม่มีปัญหาแต่อย่างใด......จากด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นบริเวณที่คนมาใช้สนามบินซึ่งดูไม่ใหญ่เลย ซึ่งก็ทำให้การออกจากสนามบินใกล้ดี เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงที่รถจอดรอ

        ผมและคณะนั่งรถตู้ออกจากสนามบิน ภาพภายนอกที่เห็น(ในช่วงค่ำคืน) ดูเรียบร้อยดี ถนนกว้างใหญ่ ต้นไม้เยอะมาก ขอบข้างถนนและเกาะกลางถนนสูงมาก รถในถนนจอแจและเริ่มได้ยินเสียงบีบแตรเป็นระยะๆ สองข้างทางมีแต่ต้นไม้ บ้านเรือนที่เป็นอิฐ สูงบ้าง เตี้ยบ้าง และหลายแห่งที่กำลังก่อสร้าง ผู้คนเดินไปมาขัวกไข่วโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นย่านร้านค้าและตามป้ายรถเมล์ สิ่งที่ดูเก่าก็คือรถเมล์และรถตุ๊กตุ๊ก

       ผมมีความรู้สึกว่าสภาพบ้านเมืองที่เห็นในค่ำตืนนี้ ดูใช้ได้ ไม่ได้ต่างไปจากบ้านเรานัก...........นี่คือความรู้สึกแรกที่ได้มาสัมผัสเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ในคืนวันที่ 12 กค.2005 เวลา 21.30 น

ห้องภาพอินเดีย

ภาพถ่ายคืองานศิลป์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ได้มากมาย ภาพหนึ่งภาพมีความหมายได้นับพันคำ ผมจึงจะถ่ายทอดความเป็นอินเดียผ่านมุมมองของผมในห้องภาพนี้ ด้วยใจที่รักการถ่ายภาพ คิดว่าน่าจะมีภาพดีๆ มาฝากในโอกาสต่อไป

เมื่อผมบุก OldDelhi

              มีคำกล่าวกันว่า ถ้าไปเที่ยวนิวเดลี เมืองหลวงของสาธารณรัฐอินเดียแล้ว ไม่ได้ไปเดินย่านที่เรียกว่า OldDelhi ก็เรียกว่า..ไปไม่ถึงอินเดีย...ย่านดังกล่าวสำคัญอย่างไรเชียว ทุกคนจึงจะต้องไปดู...   อ่านต่อ.......

     ปรับปรุง 12 สิงหาคม.50

เด็กน้อยสองคนยืนรอขอเงินจากผู้ขับขี่รถยนต์ เด็กผู้ชายอุ้มลิงขอความเห็นใจด้วย แม้จะยากจน ต้องมาขอเงินคน แต่เด็กน้อยก็ยังมีรอยยิ้มแจกให้คนทั่วไป

    ภาพถนนหนทางระหว่างนิวเดลีไปเมืองที่ชื่อว่านอยด้า Noida ซึ่งเป็นเมืองใหม่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเดลี ถนนดีมาก มีถนนอุโมงค์ให้ลอดด้วยจ๊ะ จะบอกให้ ทั้งนิวเดลและนอยด้ากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

    ถนนในเมือง มีรถราค่อนข้างคับคั่ง โดยเฉพาะช่วงสายๆ มีทั้งรถเก่า รถใหม่ มอเตอร์ไซด์ ตุ๊กตุ๊กและจักรยาน 3 ล้อ อุโมงค์แห่งนี้ช่วยให้การจราจรในนิวเดลีดีขึ้นเยอะ

    ย่านช๊อบปิ้งยอดนิยมแห่งหนึ่ง Priya ชื่ออ่านออกเสียงเป็นไทยว่าปรียา ไปซื้อของกิน อาหารและของใช้ในครัวและเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดได้ที่นี่

    ร้านแม๊คโดนัลที่ปรียา  รสชาดใช้ได้ ส่วนที่เห็นธงไทยก็คือที่ทำการสถานทูตไทยและทำเนียบทูต

บล็อกเรียน ดู รู้เล่นในโลกกว้างกับนักการทูต

 

               ผมเริ่มเขียนเรื่องใน www.gotoknow.org/blog/poldejw    ตั้งแต่วันที่ัี่่ 13 มีนาคม 2550 โดยใช้ชื่อบันทึกว่า "เรียน ดู รู้ เล่น ผจญภัยในโลกกว้างกับนักการทูต" เป็นเว็บบล๊อคแรกที่ผมเห็นความจริงใจของผู้จัดทำ ในการเป็นสื่อกลางเผยแพร่และการจัดการความรู้ คุณค่าอยู่ที่ผู้ใช้บล๊อค ที่เปิดเผยตัวตน เสมือนเป็นการรับผิดชอบในสิ่งที่เขียน มีความจริงใจในการถ่ายทอดความรู้กันตามความถนัด ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเว็บสร้างบุญบริสุทธิ์ ที่น่ายกย่องครับ..........ฯลฯ

               ด้วยเหตุผลเบื้องต้นดังกล่าว ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง คือการเขียนบันทึกบล๊อคในฐานะนักการทูตคนหนึ่ง ซึ่งต้องขอขอบคุณชาว G2K ทั้งหลายที่ได้เข้ามาทักทาย แสดงความคิดเห็นกันด้วยดี ทำให้มีบันทึกกว่า 150  บันทึกแล้ว (ณ เดือนธันวาคม) จากบันทึกแรกที่ไม่มีการแสดงความคิดเห็น มาถึงบันทึกที่สองที่ได้รับความคิดเห็นแรกจากท่านที่ใช้ชื่อว่า "ชื่ออะไรดีอ่ะ"

            เป็นสิ่งที่ได้ทำแล้วมีความสุขครับเพราะ-เป็นบันทึกที่บันทึกในประเทศอินเดีย ดินแดนที่มีความมหัศจรรย์ทุกวัน

             -เป็นบันทึกที่จะแจ้งชาว G2K ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดกับชีวิตของผมในอินเดีย เช่น แจ้งว่าในระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน ศกนี้ ผมจะร่วมโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระชนมพรรษา 80 พรรษา ณ วัดไทยพุทธคยา เป็นโครงการของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลีในปี 2550 จึงได้แจ้งเพื่อจะได้ร่วมอนุโมทนาบุญกัน หรือในบันทีกที่ 101 จะขอเล่าเรื่อง "เมื่อนักการทูตบวชที่พุทธคยา" ซึ่งเป็นหัวเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนเป็นเรื่องยาวเผยแพร่ต่อไปครับ จึงเปรียบเสมือนการใช้ G2K เป็นกระดานดำ ร่างตัวอักษร ก่อนที่จะเขียนเป็นเล่มในโอกาสต่อไป.....เป็นต้น

             ณ บัดนี้ เชิญอ่านข้อเขียนในบันทึก G2K ได้ที่นี่ครับ www.gotoknow.org/blog/poldejw

              ด้วยความปรารถนาดี

             พลเดช

 

 

 

back

 

Webpages by Poldej Worachat Copyright © 2008 All Rights Reserved.
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย