|
บันทึกจากอินเดีย
การไปประจำการในต่างประเทศถือเป็นหน้าที่สำคัญหนึ่งของนักการทูตหรือข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อรู้ตัวว่าจะต้องไปประจำการที่อินเดีย ดินแดนที่แสนจะมหัศจรรย์
จึงต้องคิดอินเดีย บันทึกอินเดียและอีกหลายๆ อย่าง เชิญพบกับ บันทึกอินเดีย และเรื่องเล่าอื่นๆ
เพื่อความคิดที่สร้างสรรค์
การไปประจำการในต่างประเทศในแต่ละครั้ง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ต้องมีการเตรียมตัวพอสมควร จึงขอนำเรื่องการเตรียมตัวไปต่างประเทศมาเล่าสู่กันฟัง
อินเดียเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่
จึงมีประเด็นที่น่าสนใจ ที่จะจินตนาการได้ดังๆ
ผมรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะต้องไปอยู่อินเดียประมาณสองเดือน ก่อนที่จะถึงวันเดินทาง
ก็ศึกษาหาความรู้เรื่องอินเดียอย่างมาก อย่างไรก็ดี
วันแรกที่จะไปพบและเห็นอินเดียจริงๆ จะเป็นวันที่ต้องบันทึกเอาไว้
วันนั้นยังมาไม่ถึง วันนั้นจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปครับ แรกพบ
การหาข้อมูลเกี่ยวกับอินเดียตามประสาชาวบ้านคือเปิด Google พิมพ์คำว่าอินเดียเข้าไป ปรากฏผลดังนี้ ผลการค้นหา 1 - 10 รายการจากประมาณ 2,010,000 สำหรับคำว่า อินเดีย
(0.11 วินาที...........เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมมาก
และเว็บหนึ่งที่ผมได้เข้าไปติดตามอ่านเรื่องเกี่ยวกับอินเดีย
โดยเฉพาะการไปไหว้สังเวชนียสถานได้แก่เว็บบล๊อค บ้านสาระ ของ นพ. วัลลภ
พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง + โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
ทำให้ได้ความรู้มากทีเดียวครับ ขอขอบคุณคุณหมอวัลลภ มา ณ ที่นี้ครับ
การเตรียมตัว
1.เตรียมใจก่อนไปอินเดีย
เมื่อครั้งไปประจำการที่ยุโรป
เตรียมตัวไปอย่างดี แต่ไม่ได้เตรียมใจมากนัก
เพราะความที่เคยใช้ชีวิตอยในยุโรปู่มาก่อน จึงรู้ว่าวิถีชีวิตจะเป็นอย่างไร
แต่คราวนี้ ต้องไปในดินแดนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยแม้แต่แวะลงไปเหยียบพื้นดินเลย
จึงต้องเตรียมตัวมากหน่อย โดยเฉพาะการเตรียมใจ
ของคนในครอบครัวและจากที่อ่านจากหนังสือเกี่ยวกับอินเดีย ได้ข้อมูลมามากพอสมควร
ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเตรียมใจและเตรียมตัวไปคราวนี้
วิถีชีวิตที่อินเดียแย่กว่าประเทศไทย
ข้อความข้างบนนี้เป็นข้อมูลที่ได้รับบอกเล่าจากคนที่เคยไปอยู่และเคยไปเที่ยวมาแล้ว
ชัดเจน แต่สำหรับผมที่ไม่เคยไป ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่
แต่ร้อยทั้งร้อย คนที่ผมสอบถามเรื่องอินเดีย
จะบอกว่าวิถีชีวิตที่อินเดียแย่กว่าประเทศไทย จนทำให้ผมใจแป้วไปเหมือนกัน
เพราะยังไม่รู้ว่าที่แย่กว่านั้น แย่จริงหรือไม่ แย่แบบไหน อย่างไร
มีน้อยคนมากที่บอกว่าอินเดียเปลี่ยนไปแล้ว
สมัยก่อนแย่จริง แต่ปัจจุบันนี้ ดีแล้ว เมื่อถามว่าดีอย่างไร
ก็บอกว่าเดี๋ยวนี้เขามีไฮเวย์แล้ว มีห้างสรรสินค้าดีๆ
มีแมคโดนัล......แต่เวลาไปให้เตรียมกระดาษทิชชูไปเยอะๆ ด้วย.............(ฮา)
ผมได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอินเดียค่อนข้างเยอะ
โดยใจผมยังเป็นกลางๆ ไม่มีความเห็นใดๆ เพราะไม่เคยไปสัมผัสมาก่อน
จึงวางใจเป็นกลางไว้ก่อน จะดีหรือร้ายอย่างไร เดี๋ยวก็ได้ไปเห็น ไปรู้เอง
ยังไงก็วิถีชีวิตของคนเหมือนกัน........(15 มิถุนายน 2550)
2.ผู้ชาย
จะเดินทางไปตั้งหลักที่ไหนก็ไม่ยุ่งยากมากนักเพราะใช้หลักไปหาเอาข้างหน้าก็ได้
แต่คนในครอบครัว ภรรยาและลูกๆ ซึ่งยังเล็กอยู่(หมายถึงลูกนะครับ)
การเดินทางแบบอพยพไปแบบนี้ค่อนข้างมีรายละเอียดและมีเรื่องให้คิดมาก เช่นวันก่อน
ลูกชายคนโตตื่นมาแล้วร้องไห้ เมื่อถามว่าทำไมถึงร้องไห้ ลูกตอบว่า
กลัวว่าจะตื่นมาแล้วจะต้องไปอินเดียอย่างกระทันหันและ
ขออีเมล์เพื่อนๆในห้องไม่ทัน.......(ไม่ฮา)
การอพยพหรือไปประจำการในต่างประเทศซึ่งตามปรกติคือการโยกย้ายไปทำงานในต่างประเทศประมาณทุกรอบ
4 ปี
จึงไม่ใช่เรื่องสนุกทั้งหมด....สำหรับนักการทูต เพราะนักการทุตก็มีครอบครัว
ก็ต้องไปกันทั้งครอบครัว นั่นคือการไปผจญภัยในต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งความเป็น ตาย
ร้ายและดี อยู่พร้อมหน้ากัน.................................24 มิถุนายน 2550
3.การเตรียมตัวเกี่ยวกับครอบครัวนั้น
เรื่องโรงเรียนลูกๆ ดูจะมีปัญหามากที่สุดเพราะต้องหาโรงเรียนใหม่ให้
ซึ่งไม่ง่ายเลยและที่สำคัญมีผลกระทบต่อลูกๆ โดยตรงทั้งกายและจิตใจ
จนบางครั้งนึกสงสารลูกที่ต้องพเนจรไปต่างประเทศบ่อยเช่นนี้...................30 มิถุนายน 2550
ประเด็นที่น่าสนใจของอินเดีย
มหาอำนาจใหม่
ตลาดใหญ่
ไอทีและซอร์ฟแวร์นำหน้า
มูลค่ามนุษย์สูงด้วยภาษาและความรู้
ทำไมคนไทยจึงไม่สนใจอินเดีย
ทำไมนักธุรกิจไทยไม่สนใจไปลุงทุนในอินเดีย
ทำไมอินเดียจึงมีความสำคัญ
ทำไมโลกาภิวัฒนถึงไม่สามารถเจาะเข้าไปในสังคมแขกได้
ทำไมแขกถึงได้เป็นแบบแขก
ทำไมคนอินเดียจึงชอบมาเที่ยวเมืองไทย(พัทยา)
ทำไมการเจรจากับแขกจึงได้ยากกว่าคนชาติอื่น
ทำไมชาวพุทธถึงได้นับถือเทพเจ้าของฮินดู
อินเดียแรกพบ
บันทึกนี้
มีไว้สำหรับวันแรกที่ผมและครอบครัวจะเดินทางไปถึงสนามบินอินทิรา
คานทีซึ่งถือเป็นแรกพบของผม ซึ่งก็จะเป็นวันที่ 12 กค. 2550 ที่จะถึงนี้
แรกพบมีความสำคัญเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จะเป็นอย่างไร
คงต้องรอให้ถึงวันนั้น
อย่างไรก็ดี
จากที่อ่านพบในหลายข้อเขียนเรื่องเล่า
พบว่าอย่าได้หวังว่าสนามบินระดับนานาชาติหรือระหว่างประเทศจะเป็นเช่นที่คิดว่าจะเป็นทุกแห่งไป
ถ้าหวังว่าจะได้ไปเห็นสนามบินที่ใหญ่โต สะอาดสะอ้าน เจริญตาเช่นบ้านเราละก้อ
คิดใหม่ ..............ก็คงจะได้รู้ในไม่ช้านี้
ผมเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 18.05 ด้วยความเรียบร้อย
จากการที่ไปใช้บริการหลายครั้ง รู้สึกว่าสนามบินสุวรรณภูมิก็ใช้ได้ดีพอสมควร
จะมีข้อเสียก็ตรงที่ต้องเดินเป็นระยะทางยาวมาก มากเกินไปสำหรับกลุ่มของเราที่มีทั้งคนท้องและเด็กเล็ก
การบริการในเครื่องบินการบินไทยมีมาตรฐาน คุ้นเคยกันอยู่แล้ว
เครื่องลงจอดนิ่มนวลเช่นเดิม เครื่องลงจอดที่สนามบินอินทิรา คานทีประมาณ 3 ทุ่ม
ดูจากเครื่องบินก่อนร่อนลง เดลีเป็นเมืองที่ใหญ่ มีแสงไฟฟ้าเต็มไปหมดไม่แพ้เมืองใหญ่ๆ
ในโลก
วินาทีแรกที่ออกจากเครื่อง
เดินไปตามทางเดินไปยังภายในอาคาร
บรรยาการศของเมืองโรตีมิได้ผิดแผกไปจากท่าอากาศยานทั่วไป
ทางเดินปูด้วยหินอ่อนแผ่นใหญ่ สีขาวนวลตา ความสกปรกที่หลายคนบอกยังไม่ปรากฏให้เห็น
แต่สิ่งที่เห็นคือเจ้าหน้าที่ในชุดเหมือนทหารยืนตั้งแถวเรียงราย
เหมือนกับต้อนรับผู้มาเยือน
โดยแบ่งผู้มาเยือนเป็นประเภทที่เข้าเมืองเดลีกับพวกที่ไปต่อ
ผมและครอบครัวเดินแยกไปทางซ้ายลงปันใดเลื่อนก็เห็นห้องโถงใหญ่ชั้นล่างเป็นด่านตรวจคนเข้าเมือง
มีช่องตรวจมากมาย ผู้คนเต็มไปหมด โชคดีที่เราเดินมาเร็วและได้ผ่านช่องราชการหรือนักการทูต
จึงผ่านการตรวจด้วยความรวดเร็วและไม่มีปัญหาแต่อย่างใด......จากด่านตรวจคนเข้าเมือง
เป็นบริเวณที่คนมาใช้สนามบินซึ่งดูไม่ใหญ่เลย ซึ่งก็ทำให้การออกจากสนามบินใกล้ดี
เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงที่รถจอดรอ
ผมและคณะนั่งรถตู้ออกจากสนามบิน
ภาพภายนอกที่เห็น(ในช่วงค่ำคืน) ดูเรียบร้อยดี ถนนกว้างใหญ่ ต้นไม้เยอะมาก
ขอบข้างถนนและเกาะกลางถนนสูงมาก รถในถนนจอแจและเริ่มได้ยินเสียงบีบแตรเป็นระยะๆ
สองข้างทางมีแต่ต้นไม้ บ้านเรือนที่เป็นอิฐ สูงบ้าง เตี้ยบ้าง
และหลายแห่งที่กำลังก่อสร้าง ผู้คนเดินไปมาขัวกไข่วโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นย่านร้านค้าและตามป้ายรถเมล์
สิ่งที่ดูเก่าก็คือรถเมล์และรถตุ๊กตุ๊ก
ผมมีความรู้สึกว่าสภาพบ้านเมืองที่เห็นในค่ำตืนนี้ ดูใช้ได้
ไม่ได้ต่างไปจากบ้านเรานัก...........นี่คือความรู้สึกแรกที่ได้มาสัมผัสเดลี
เมืองหลวงของอินเดีย ในคืนวันที่ 12 กค.2005 เวลา 21.30 น
ห้องภาพอินเดีย
ภาพถ่ายคืองานศิลป์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ต่างๆ
ได้มากมาย ภาพหนึ่งภาพมีความหมายได้นับพันคำ
ผมจึงจะถ่ายทอดความเป็นอินเดียผ่านมุมมองของผมในห้องภาพนี้ ด้วยใจที่รักการถ่ายภาพ
คิดว่าน่าจะมีภาพดีๆ มาฝากในโอกาสต่อไป
เมื่อผมบุก
OldDelhi
มีคำกล่าวกันว่า
ถ้าไปเที่ยวนิวเดลี เมืองหลวงของสาธารณรัฐอินเดียแล้ว ไม่ได้ไปเดินย่านที่เรียกว่า
OldDelhi
ก็เรียกว่า..ไปไม่ถึงอินเดีย...ย่านดังกล่าวสำคัญอย่างไรเชียว
ทุกคนจึงจะต้องไปดู... อ่านต่อ.......
ปรับปรุง 12 สิงหาคม.50
เด็กน้อยสองคนยืนรอขอเงินจากผู้ขับขี่รถยนต์
เด็กผู้ชายอุ้มลิงขอความเห็นใจด้วย แม้จะยากจน ต้องมาขอเงินคน
แต่เด็กน้อยก็ยังมีรอยยิ้มแจกให้คนทั่วไป
ภาพถนนหนทางระหว่างนิวเดลีไปเมืองที่ชื่อว่านอยด้า Noida ซึ่งเป็นเมืองใหม่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเดลี ถนนดีมาก
มีถนนอุโมงค์ให้ลอดด้วยจ๊ะ จะบอกให้ ทั้งนิวเดลและนอยด้ากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ถนนในเมือง มีรถราค่อนข้างคับคั่ง
โดยเฉพาะช่วงสายๆ มีทั้งรถเก่า รถใหม่ มอเตอร์ไซด์ ตุ๊กตุ๊กและจักรยาน 3 ล้อ
อุโมงค์แห่งนี้ช่วยให้การจราจรในนิวเดลีดีขึ้นเยอะ
ย่านช๊อบปิ้งยอดนิยมแห่งหนึ่ง Priya ชื่ออ่านออกเสียงเป็นไทยว่าปรียา ไปซื้อของกิน
อาหารและของใช้ในครัวและเครื่องไฟฟ้าทุกชนิดได้ที่นี่
ร้านแม๊คโดนัลที่ปรียา รสชาดใช้ได้
ส่วนที่เห็นธงไทยก็คือที่ทำการสถานทูตไทยและทำเนียบทูต
บล็อกเรียน
ดู รู้เล่นในโลกกว้างกับนักการทูต
ผมเริ่มเขียนเรื่องใน www.gotoknow.org/blog/poldejw ตั้งแต่วันที่ัี่่ 13 มีนาคม 2550 โดยใช้ชื่อบันทึกว่า "เรียน ดู รู้ เล่น ผจญภัยในโลกกว้างกับนักการทูต" เป็นเว็บบล๊อคแรกที่ผมเห็นความจริงใจของผู้จัดทำ ในการเป็นสื่อกลางเผยแพร่และการจัดการความรู้ คุณค่าอยู่ที่ผู้ใช้บล๊อค ที่เปิดเผยตัวตน เสมือนเป็นการรับผิดชอบในสิ่งที่เขียน มีความจริงใจในการถ่ายทอดความรู้กันตามความถนัด ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเว็บสร้างบุญบริสุทธิ์ ที่น่ายกย่องครับ..........ฯลฯ
ด้วยเหตุผลเบื้องต้นดังกล่าว ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง คือการเขียนบันทึกบล๊อคในฐานะนักการทูตคนหนึ่ง ซึ่งต้องขอขอบคุณชาว G2K ทั้งหลายที่ได้เข้ามาทักทาย แสดงความคิดเห็นกันด้วยดี ทำให้มีบันทึกกว่า 150
บันทึกแล้ว (ณ เดือนธันวาคม) จากบันทึกแรกที่ไม่มีการแสดงความคิดเห็น มาถึงบันทึกที่สองที่ได้รับความคิดเห็นแรกจากท่านที่ใช้ชื่อว่า "ชื่ออะไรดีอ่ะ"
เป็นสิ่งที่ได้ทำแล้วมีความสุขครับเพราะ-เป็นบันทึกที่บันทึกในประเทศอินเดีย ดินแดนที่มีความมหัศจรรย์ทุกวัน
-เป็นบันทึกที่จะแจ้งชาว G2K ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดกับชีวิตของผมในอินเดีย เช่น แจ้งว่าในระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน ศกนี้ ผมจะร่วมโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระชนมพรรษา 80 พรรษา ณ วัดไทยพุทธคยา เป็นโครงการของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลีในปี 2550 จึงได้แจ้งเพื่อจะได้ร่วมอนุโมทนาบุญกัน หรือในบันทีกที่ 101 จะขอเล่าเรื่อง "เมื่อนักการทูตบวชที่พุทธคยา" ซึ่งเป็นหัวเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนเป็นเรื่องยาวเผยแพร่ต่อไปครับ จึงเปรียบเสมือนการใช้ G2K เป็นกระดานดำ ร่างตัวอักษร ก่อนที่จะเขียนเป็นเล่มในโอกาสต่อไป.....เป็นต้น
ณ บัดนี้ เชิญอ่านข้อเขียนในบันทึก G2K ได้ที่นี่ครับ www.gotoknow.org/blog/poldejw
ด้วยความปรารถนาดี
พลเดช
back
|