นักบริหารระดับสูง นบส 1 รุ่น 53

................................................................................................................................................

 

 

รายงานการศึกษาดูงาน จังหวัดอุดรธานีและจังหวัด หนองคาย

 

“แนวทางการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี”

โดย นายอุทาน ชวเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2550 เวลา 14.45 – 15.30 น.

ณ ห้องประชุมแกรนด์ รอยัล บอลรูมโรงแรมเจริญศรีแกรนด์ รอยัล

 

ประเด็นสาระสำคัญในการนำเสนอเพื่อเพิ่มองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจให้แก่ ผู้เข้ารับการ อบรมตามหลักสูตร นักบริหารระดับสูง : ผู้ที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม จำแนกเป็น 5 ประเด็น ได้แก่

1. ข้อมูลภาพรวมจังหวัดอุดรธานี

2. ผลการพัฒนาที่ผ่านมาและบทบาทของจังหวัด

3. ศักยภาพและโอกาสต่อการพัฒนา

4. วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด

5. แนวทางการพัฒนาจังหวัดอุดรธานีของผู้ว่าราชการจังหวัด

- ข้อมูลภาพรวมจังหวัดอุดรธานี

สภาพทั่วไป : ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ187 เมตร พื้นที่เอียงลาดลงสู่แม่น้ำโขงทางจังหวัดหนองคาย ประกอบด้วยพื้นที่ราบ ป่าไม้ และภูเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินปนทราบและดินลูกรัง ชั้นล่างเป็นดินดานพื้นที่บางแห่งเป็นดินเค็มซึ่งประกอบการกสิกรรมไม่ค่อยได้ผลดี พื้นที่บางส่วน เป็นลูกคลื่นลอนลาดมีพื้นที่ราบแทรกอยู่กระจัดกระจายสภาพพื้นที่ทางตะวันตกมีภูเขาและป่าติดต่อกันเป็นแนวยาวมีเทือกเขาที่สำคัญคือเทือกเขาภูพาน

พื้นที่ : มีพื้นที่ประมาณ 11,730.302 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,331,488.75 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน จำนวน 321,415 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อ้อย จำนวน 440,066 ไร่ มันสำปะหลัง จำนวน 199,475 ไร่ ยางพารา จำนวน 160,535 ไร่ ข้าวเหนียวนาปี จำนวน 1,946,082 ไร่

ประชากร : จังหวัดอุดาธานีมีประชากร (ณ ธันวาคม 2549) จำนวน 1,521,461 คน แยกเป็น ชาย 761,373 คน หญิง 760,088 คน อำเภอที่มีประชากรมากที่สุดคือ อำเภอเมืองอุดรธานี จำนวน 248,464 คน (รวมเขตเทศบาลนครอุดรธานี) อันดับที่ ได้แก่อำเภอกุมภวาปี จำนวน 126,524 คน อันดับที่ 3 คืออำเภอบ้านดุง จำนวน 121,907 คน ความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดคืออำเภอเมืองอุดรธานี จำนวน 366 คน/ตารางกิโลเมตร รองลงมาคือ อำเภอกุมภวาปี จำนวน 191 คน/ตารางกิโลเมตร จำนวนครัวเรือนจำนวน 368,543 ครัวเรือน

เศรษฐกิจ : ปี 2548 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) ของจังหวัดอุดรธานีมีจำนวน 52,652 ล้านบาท เศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายได้ของจังหวัดขึ้นอยู่กับการผลิต สาขาการบริการรองลงมาเป็นภาคเกษตรกรรม ได้แก่ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา การค้าส่งค้าปลีก และอุตสาหกรรม รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี (per capita GRP,GPP) ในปี 2548 เท่ากับ 36,144  บาท/คน/ปี

สังคม : สภาพสังคม วัฒนธรรมของจังหวัดอุดรธานีเป็นสังคมที่มีการอยู่ร่วมกันของคน เชื้อชาติต่าง ๆ อย่างกลมกลืน โดยส่วนใหญ่เป็นของชาวพุทธที่ยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนา จึงได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งธรรมะ เป็นที่พำนักปฏิบัติของพระอริยสงฆ์ที่ได้รับความเคารพนับถือ ของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปหลายรูป มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจังหวัดอุดรธานีได้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับจังหวัด ในภาคอื่นโดยมีสัดส่วนคดีอาชญากรรม ต่อประชากร 1,000 คน อยู่ที่ 0.38 คดี และคดียาเสพติดอยู่ที่ 0.92

 - ผลการพัฒนาที่ผ่านมา และบทบาทของจังหวัด

เศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีมีการขยายตัวสูงโดยวัดจาก GPP ราคาคงที่ ปี 2548 มูลค่า 27,814 ล้านบาท คิดเป็น 47% ของกลุ่มจังหวัดแยกเป็น

 - ภาคการเกษตร มูลค่า 27,814   ล้านบาท คิดเป็น 16.8

- ภาคอุตสาหกรรม มูลค่า 3,590   ล้านบาท คิดเป็น 10.9

 - ภาคบริการ มูลค่า 12, 700   ล้านบาท คิดเป็น 45.7

- ภาคการค้า มูลค่า 68,646   ล้านบาท คิดเป็น 24.6

พื้นที่ป่าสงวนของจังหวัดอุดรธานีมีประมาณ 2,908,723.50 ไร่ พื้นที่ป่าสมบูรณ์มีพื้นที่ 903,970.91 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 15.74 ของพื้นที่จังหวัด มีสภาพเสื่อมโทรมลงส่งผลให้เกิดอุทกภัย หน้าดิน เสื่อมสภาพ

การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมและท่าอากาศยานนานาชาติ  มีส่วนส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงด้านการค้า การลงทุน การเดินทางท่องเที่ยว

ประชากรวัยแรงงานเคลื่อนย้ายออกไปทำงานนอกพื้นที่จำนวนมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ สามารถนำเงินตราต่างประเทศกลับมาพัฒนาภูมิลำเนา ชุมชนจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็มีผลต่อการพัฒนาชุมชน เนื่องจากการเคลื่อนย้ายคนวัยแรงงานออกไปมากทำให้มีผู้สูอายุและเด็ก อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนในสัดส่วนที่สูงขึ้น ส่งผลต่อการขาดกำลังวัยแรงงานในการสร้างงานในหมู่บ้าน

 

- ศักยภาพและโอกาสต่อการพัฒนา

1. มีศักยภาพการพัฒนาเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรเชิงอุตสาหกรรม เนื่องจากมีผลผลิตการเกษตรที่สำคัญหลายชนิดที่สามรถนำไปแปรรูปเป็นสินค้าอุตสาหกรรม เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด เป็นต้น

2. เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง การเดินทางท่องเที่ยวไปในกลุ่มจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากมีความสะดวกในการคมนาคมทั้งทางยกและทางอากาศโดยเฉพาะสนามบินจังหวัดอุดรธานีได้ ยกฐานะเป็นสนามบินนานาชาติที่มีเที่ยวบินภายในประเทศสูงเป็นอันดับที่ 1 ในภูมิภาค โยมีเที่ยวบินระหว่างอุดร – กรุงเทพฯ ไป – กลับ วันละ 7 เที่ยวบิน อุดร – เชียงใหม่ ทุกวัน ๆ ละ 1 เที่ยว และเที่ยวบินระหว่างอุดร – สิงค์โปร (Tiger Air) สัปดาห์ละ 3 วัน และมีความสะดวกในการคมนาคมทางยกโดยทางรถยนต์และรถไฟ

3. มีแรงงานเดินทางไปทำงานต่างประเทศเป็นอันดับ 1 และมีรายได้จากผู้ไปทำงานต่างประเทศกลับ

4.  การค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ (NGV) ที่แหล่งภูฮ่อม อำเภอหนองแสง เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง  (มีประมาณ0.55 ล้านลูกบาศก์ฟุต)   และแหล่งแร่โปแตส       (ปริมาณ 180 ล้านตัน)  เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรม และการกระจายรายได้สู่ชุมชน/ท้องถิ่น

5. มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั่งแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมโบราณสถาน/โบราณวัตถุ และแหล่งมรดกโลก (หลุมขุดค้นทางโบราณคดีบ้านเชียงที่มีร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว 5,000 ปี และได้รับการประกาศให้เป็นแหล่ง มรดกโลกจากองค์กรUNRSCO เมื่อปี 2535)

6. อยู่ใกล้ชายแดนสามารถเชื่อมโยงการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวกับประเทศ สปป.ลาว ได้โดยสะดวก (อยู่ห่างจากด่านไทย – ลาว) ที่ จ.หนองคาย 54 กม.)

7.  มีสถานศึกษาระดับอุดรศึกษา อาชีวะที่สามารถผลิตนักศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาและภาคการบริการ รวมถึงการนำผลการศึกษาวิจัยไปสนับสนุนการพัฒนา

 

 - วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด

วิสัยทัศน์ : “เมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางการค้าการบริการ เกษตรอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวมรดกโลก” 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 : การเกษตร

เป้าประสงค์ : สร้างคุณค่าและยกมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรและปลอดภัยและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเป็นหลัก

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 : ฟื้นฟูระบบนิเวศ

เป้าประสงค์ : ฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อรักษาความสมดุลของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเน้น การบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ อนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า และฟื้นฟูให้มีสภาพสมบูรณ์โดยการก่อสร้างฝายต้นน้ำ (Check DaM) เป้าหมาย 3 ปี (พ.ศ.2549 – 2551) จำนวน 8,252 แห่ง ดำเนินการแล้วจำนวน 3,132 แห่ง คงเหลือ 5,120 แห่ง แนวป้องกันตลิ่งพัง ปลูกป่าและพืชชะลอการไหลของน้ำและสร้างความชุ่มชื้น (เป้าหมาย 2,500 ไร่ ดำเนินการไปแล้ว 766 ไร่ คงเหลือ 1,724 ไร่) ส่งเสริมความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่นและประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการจัดตั้งอาสาสมัครราษฎรพิทักษ์ป่า (รสทป.) ในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน

ประเด็นที่ยุทธศาสตร์ที่ 3: การค้า การลงทุน

เป้าประสงค์ :เพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัด โดยส่งเสริมภาคเกษตรเพื่อนำไปสู่การแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับภาคบริการ

ประเด็นที่ยุทธศาสตร์ที่ 4: ส่งเสริมสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้าชุมชน

เป้าประสงค์ : พัฒนาวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มีคุณภาพ มาตรฐานภายใต้ การผสมผสานภูมิปัญญาของท้องถิ่นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อสร้างคุณค่าของสินค้า

ประเด็นที่ยุทธศาสตร์ที่ 5: การท่องเที่ยว

เป้าประสงค์ : สร้างคุณค่าและยกมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่เดิมควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว พัฒนาเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวให้สะดวก ปลอดภัย

ประเด็นที่ยุทธศาสตร์ที่ 6: สร้างความเข้มแข็งของสังคม คุณภาพชีวิตของประชาชน

เป้าประสงค์ : เพื่อพัฒนาให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสสามารถพึ่งตนเองได้และให้ประชาชนมีคุณภาพทั้งสติปัญญา ร่างกาย และจิตใจ มีคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวิสัย มีค่านิยมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต

 - แนวทางการพัฒนาจังหวัดอุดรธานีของผู้ว่าราชการจังหวัด (นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ)

จากศักยภาพทั้งทางด้านสถานที่ตั้งของจังหวัด และผลจากการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะพบว่า จังหวัดอุดรธานีมีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจสูงอยู่ในระดับต้น ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ที่จะส่งผลให้จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางของ การค้า การบริการ การท่องเที่ยว

แนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัดอุดรธานีของผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีคนปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ 1) ระดับมหภาค และ 2) ระดับจุลภาค

ระดับมหภาค เป็นการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจตามกระแสโลกาภิวัฒน์ เป็นเรื่องของการแข่งขัน การค้า การลงทุน การประกอบการของภาคเอกชน ซึ่งจะยึดหลักการว่า “ภาคเอกชน นำหน้า และผู้ว่าจะเดินตาม” ซึ่งหมายถึงจังหวัดพร้อมที่จะให้การสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดของภาคเอกชนอย่างเต็มที่และร่วมแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องร่วมกัน

สำหรับการพัฒนาศักยภาพด้านการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะทางด้านอากาศนั้น จะให้ความสำคัญกับการใช้ท่าอากาศยานนานาชาติ อุดรธานีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า (logistic) โดยจะเสนอและผลักดันให้มีเที่ยวบินจากจังหวัดอุดรธานีไปยังเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว เมืองโอจิมินห์ซิตี้ ฮานอย ของเวียดนาม หรือเมืองสำคัญทางตอนใต้ของจีน

ระดับจุลภาค หมายถึงภาคครัวเรือนเกษตรกรซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของคนในจังหวัดจะเน้นการนำปรัชญาพระราชทานในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชน/เกษตรกร เพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น สร้างรายได้เพิ่มจากาฐานอาชีพเกษตรกรรมที่ทำอยู่ ลดการเป็นหนี้สินจากอบายมุข ยาเสพติด การพนัน เพื่อให้มีรายไดเลี้ยงครอบครัว มีเงินเหลือเพื่อเก็บออม

 ด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ สตรี เด็ก/เยาวชน ที่จะช่วยทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข

นอกจากนั้น ต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวในเรื่องของความสงบเรียบร้อยภาคในจังหวัด “สังคมปลอดภัย”  (Safety First)  คือต้องลดคดีอาชญากรรมลง ส่วนการทำลายภาพลักษณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพนัน การเสพสุราสิ่งมึนเมา การแสดงลามกอนาจารในสถานที่สาธารณะหรือในวัดต้องไม่มีโดยเด็ดขาด ส่วนสถานบริการ สถานบันเทิง สถานประกอบการต้องปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย หากละเมิดหรือฝ่ายฝืนจะต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาดเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมาในปี 2548 – 2549 จังหวัดอุดรธานีได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างของการดำเนินงานการจัดระเบียบสังคม และการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด จากสำนักงาน ปปส. และสำนักนายกรัฐมนตรี

แนวทางการพัฒนาสังคมให้สงบร่มเย็น  คือการส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักช่วยเหลือตนเองในเรื่องการทำมาหากิน ดำเนินชีวิตตามหลักคำสอนของศาสนา เพราะจังหวัดอุดรธานีได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งธรรมะ เป็นเมืองอริยะสงฆ์

ด้านการบริหารราชการ  การสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ด้านการบริหารราชการ จะเน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาความเจริญของจังหวัดอุดรธานีภายใต้คติ “รวมใจเป็นหนึ่งเดียว ประสานเกลียวให้เข้มแข็ง ร่วมแรงกันสร้างเมืองอุดรธานี” และจะต้องสร้างความรักความสามัคคีกันในหน่วยงาน ระหว่างหน่วยงานและเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน และกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวง/กรม

การสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

การสร้างความเข้าใจแก่พี่น้อยประชาชนในขณะนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 การสนับสนุนการเลือกตั้ง ทั่วไปที่จะมีขึ้นในอนาคต การใช้สิทธิใช้เสียงในการลงคะแนนเลือกตั้งอย่างถูกต้องไม่ขายสิทธิ์ขายเสียงและการมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารหมู่บ้าน/ชุมชน ด้วยความมีเหตุมีผลตามครรลองประชาธิปไตย ดังเช่น การจัดทำแผนงาน/โครงการตามยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด การเสนอความต้องการ การจัดทำแผน และการบริหารโครงการ (ในส่วนของจังหวัดอุดรธานีได้อนุมัติแผนงาน/โครงการดังกล่าวไปแล้ว จำนวน 1,917 โครงการ งบประมาณ 98 ล้านบาท)

บทสรุป

การพัฒนาจังหวัดทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การบริหาร การเมืองการปกครอง ต้องอาศัยความร่วมมือ การเสียสละร่วมกันของทุกภาคส่วนปัญหาอาจมีบ้าง แต่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ  มีน้ำใจต่อกัน เป็นคนไทยด้วยกัน ทุกคนต้องหวังดีต่อชาติบ้านเมือง หากพูดจากันด้วยเหตุด้วยผลและมีสติระงับยับยั้งชั่วใจก็คงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไปได้ด้วยดีเพราะที่นี่ยังไม่มีปัญหารุนแรงอะไร นอกจากนั้น ที่นี่เป็นดินแดนแห่งธรรมะ ทุกคนอยู่ในศีลในธรรม ทุกคนทำมาหากินกันอย่างปกติสุข เพราะฉะนั้นหากยึดมั่นในการทำความดี ยึดหลักคำสอนของศาสนา  รักใคร่ปรองดองกันและทำมาหากินโดยสัมมาอาชีวะขยันหมั่น เพียรจับจ่ายใช้สอยอย่างพอตัว ยึดแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงย่อมจะช่วยสร้างให้สังคมอุดรธานีมีความเจริญและสงบสุขร่มเย็นสืบไป

 

การอภิปรายเป็นคณะเรื่อง  “สภาพเศรษฐกิจ สังคมของจังหวัดอุดรธานี”   โดย

 

1.  ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี (นายสวาท  ธีระรัตนกูลชัย)

                2.  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี  (นายประยูร  โฮมภิรมย์)

                3.  นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี (นายประจวบ  ทองเย็น)

                4.  ดร. สมโภชน์  นพคุณ  ที่ปรึกษาระบบราชการ  ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

 

วันอังคารที่  5  มิถุนายน  2550  เวลา  15.30 – 17.30 น.

ณ ห้องประชุมแกรนด์รอยัลบอลรูม  2โรงแรมเจริญศรีแกรนด์รอยัล

 

 


                สาระสำคัญในการอภิปรายเรื่อง  “สภาพเศรษฐกิจ สังคมของจังหวัดอุดรธานี คณะผู้เข้าร่วมอภิปรายได้นำเสนอในที่ประชุมจำแนกออกเป็น  2  ส่วนได้แก่

                1.  สภาพทั่วไปเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับบทบาทและภารกิจของแต่ละองค์กร

                2.  การชี้แจงและตอบข้อซักถามตามประเด็นที่ผู้เข้าร่วมประชุมให้ความสนใจ ตลอดจนการแสดงทรรศนะและข้อคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง

                ส่วนที่  1  :  สภาพทั่วไปทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในมุมมองภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

                -  ประธานหอกาค้าจังหวัดอุดรธานี  (นายสวาทฯ)  ได้ชี้แจงภาพรวมของภารกิจของหอการค้าฯ  ว่า  มีภารกิจในการดูแลจัดการเฉพาะเกี่ยวกับธุรกิจรายย่อย (ขนาดเล็ก)  โดยการลงลึกและให้ความสนใจในด้านธุรกิจชุมชนด้วย

                สภาพโดยทั่วไปจะเห็นว่า  จังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองที่มีศักยภาพมากจะเห็นได้จาก  มุมมองที่สหรัฐอเมริกาใช้เป็นที่ตั้งของฐานทัพของอเมริกันและการเป็นเมืองที่มีศูนย์กลางการค้าที่สำคัญระหว่างไทยกับลาว,  เวียตนาม, กัมพูชาและจีน  นอกจากนี้จะเห็นว่า  มีแหล่งกาค้าและห้างใหญ่ๆ  จำนวนหลายแห่งในจังหวัดและมีกิจการการค้าวัสดุของบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่  มีเส้นทางการเดินทางติดต่อกับต่างประเทศที่มีความสะดวกสบายและมีการลงทุนใหญ่ๆ  จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น

                สภาวะด้านการลงทุนและธุรกิจในปัจจุบันมีการลงทุนขนาดใหญ่ด้านการ์เมนท์ที่ประเทศเวียตนามและขณะนี้จังหวัดอุดรธานีอยู่ระหว่างการจัดทำ  “ศูนย์ประชุมนานาชาติ” ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อทางด้านการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ โดยมีความพยายามในการเป็น “ศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย” ทั้งนี้อาศัยการประสานความร่วมมือกับจังหวัดเครือข่ายอื่นๆ เช่น จังหวัดหนองคาย เป็นต้น

                -  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี (นายประยูรฯ)  ได้ให้ทรรศนะและความเห็นว่า  การขยายตัวของภาคเกษตรมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นร้อยละ  7-8  โดยมีการเพิ่มผลผลิตจากยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการปลูกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและได้ผลผลิตมากเป็นอันดับสองรองจาก      ผลผลิตยางพาราจากภาคใต้  สำหรับด้านการผลิต  “ข้าว” มีผลตกต่ำลงไป ทางด้านภาคอุตสาหกรรมมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ในจังหวัด ส่วนด้านการ์เม้นท์มีแนวโน้มการผลิตเพิ่มมากขึ้น ส่วนภาคการค้าและการบริการมีปริมาณที่ลดลง 

                นอกจากนี้นายประยูรฯ  ได้ให้ข้อเสนอแนะที่หน่วยงานของรัฐบาลความให้ความใจ  ได้แก่

-      รัฐไม่ควรตั้งเป้าจำนวนการเรียกเก็บภาษีเพราะจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายที่มีการชะลอตัวทางด้านการค้า

-         รัฐควรศึกษาและหนทางแก้ไขปัญหามุมมองที่มีความแตกต่างกันระหว่าง GDP.  ของผู้ประกอบการ  และ  GDP.ของภาครัฐ