Polpage............................................................................

เพจรวมความคิดที่สร้างสรรค์ / about me  /  home

................................................................................................................................................

 

 

ที่นี่...มีกำลังใจให้เสมอ

                

               ทำดีไม่เคยได้ดี  โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย

                          หลายคนคงจะได้ยินประโยคนี้บ่อยๆ ซึ่งเกิดขึ้นกับทุกคนในบางครั้ง อุตสาห์ทำดีแทบตายไม่มีใครเห็นเลย ต่อไปนี้จะไม่เป็นคนดีแล้ว   ทุกคนคงจำสุภาษิตที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งบางคนบอกว่าไม่จริงหรอก ฉันทำดีมาตั้งเยอะไม่เห็นได้ดีเลยแต่ไอ้หมอนั่นเห็นมันทำชั่วบ่อยๆ ไม่เห็นมันได้ชั่วเลย มันกลับได้ดี ที่เป็นเช่นนี้เพราะเรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงของกฏธรรมชาติ เรายังไม่รู้กลไกของจิตและเรายังไม่รู้หลักของกรรม..การจะรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้เราจะต้องศึกษาจิตของเรา ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจึงจะรู้ความลี้ลับของจิตได้ การจะตอบคำถามที่ว่าทำไมทำดีไม่ได้ดีหรือโลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยนั้น ผู้ถามจะต้องเป็นผู้ยุติธรรมกับตัวเองเสียก่อน ต้องยอมรับว่าในโลกนี้มีความดีกับความไม่ดี เปรียบเสมือนพลังบวก (ความดี) กับพลังลบ (ความไม่ดี) หลักของธรรมชาติของพลังจิตมีอยู่ว่า พลังใดมากกว่าก็จะให้ผลก่อน เช่นพลังบวกมากกว่าพลังลบ ความดีก็จะแสดงและให้ผลก่อน แต่หากพลังลบมากกว่า ความไม่ดีก็จะแสดงผลก่อนและนอกจากนั้นเป็นข้อเท็จจริงว่าคนเราทุกคนนั้นต่างได้เคยทำทั้งความดีและความไม่ดีมามากมายแล้วทั้งนั้น ไม่มีใครในโลกที่จะดีร้อยเปอร์เซนต์หรือชั่วร้อยเปอร์เซนต์ แต่จะดีปนชั่วหรือชั่วปนดี ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไหนมากกว่า ดังนั้นการที่เราจะบอกว่าทำดีแล้ว ยังไม่เห็นได้ดีเลยก็อาจจะวิเคราะห์ได้ว่า เพราะเรามีทั้งบัญชีความดีและความไม่ดี หากเราทำความดีแล้วไม่ได้ผล เป็นไปได้ไหมที่ว่าความดีที่เราทำยังไม่มากพอที่จะให้ผลความดีปรากฎก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำความดีแล้วไม่มีผลเลย เพียงแต่ว่าเรามีความไม่ดีมากพอที่จะชะลอความดีที่เราทำให้อยู่กับที่ก่อน เมื่อไหร่บัญชีไม่ดีลดน้อยลง เมื่อเราทำความดีผลดีก็จะเกิดกับเรา

                ข้อเท็จจริงของธรรมชาติอีกประการหนึ่งที่เราควรรู้ไว้ก็คือพลังเหล่านี้ (บวกและลบ) เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะดึงดูดให้เกิดพลังในขั้วเดียวตามมา นั่นก็หมายความว่าหากเราทำความดี 1 อย่าง (พลังบวก 1 พลัง) พลังความดีนั้นจะมีพลังดึงดูดให้เกิดพลังความดีต่อไปอีก เช่นพลังบวก 1 ดึงดูดให้เกิดพลังบวก 2 พลัง และพลังบวกทั้งสองดึงดูดให้เกิดพลังบวก 3 และ 4 และต่อๆ ไป (เช่นเดียวกับพลังลบ) ดังนั้นหากเรารู้ว่าธรรมชาติของพลังเป็นเช่นนี้ เราจะเลือกทำเลือกสะสมพลังอะไร คิดว่าคงรู้คำตอบดี

                ผู้เขียนจะบอกแต่เพียงว่าถ้าเราทำความดี (พลังบวก) เราจะต้องได้ผลดีแน่นอน แต่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับจำนวนพลังที่ว่าเท่านั้น และขอให้จำไว้เสมอว่าพลังจะดึงดูดให้เกิดพลังในขั้วเดียวกันอีก เพราะฉะนั้น แม้เราทำความดีแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลดี ก็ขอให้เชื่อมั่นว่าความดีที่เราทำไว้นั้น จะไม่สูญไปแน่นอน และจะดึงดูดให้เกิดพลังความดีต่อๆไป ขอให้ยืนหยัดและยึดมั่นอยู่ในพลังความดีนั้น ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นกับตัวเราอย่างแน่นอน

                ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแทบทุกคนในอดีตล้วนได้อาศัยหลักการสร้างพลังบวกในจิตใจเป็นตัวนำในการดำเนินชีวิตทั้งนั้น เราเองก็ทำได้แต่ต้องมีศรัทธา และมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องของจิตเพราะหากไม่รู้เรื่องของจิตแล้ว เราก็ไม่สามารถจะบริหารหรือควบคุมให้จิตทำงานไปในทางที่เราต้องการได้ จะเห็นได้ว่า จิตนี้สำคัญที่สุด จะชั่วจะดี จะสุขหรือทุกข์ จะบุญหรือบาป ก็ด้วยจิตนี้แหละ ถ้ารู้จิตของตัวเองแล้ว ความสำเร็จต่างๆ ที่เราหวังก็อยู่แค่เอื้อม

                เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านในการต่อสู้ชีวิตต่อไป อย่าได้ท้อแท้เป็นอันขาด คนอื่นเขาประสบความสำเร็จในชีวิตได้ มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย เราเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เราก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน หากตั้งใจจริง ดังนั้นสู้ต่อไป สู้ไปเถิด จะเกิดผลสำเร็จในวันข้างหน้า

                ผลบุญ